ความมั่นคงทางอาหารไม่ได้เริ่มต้นที่จานอาหาร แต่เริ่มจากดินที่อุดมสมบูรณ์และน้ำที่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือประเด็นสำคัญจากการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน หรือ International Soil and Water Forum 2024 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยระหว่างวันที่ 9–11 ธันวาคม 2567
เวทีโลกที่มองดินและน้ำเป็นเรื่องเดียวกับอนาคตอาหาร
การประชุมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO โดยมีผู้แทนจากหลายประเทศ นักวิชาการ และหน่วยงานด้านเกษตรเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือกับดินเสื่อมโทรม การขาดแคลนน้ำ คุณภาพน้ำที่ลดลง และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จากเกษตรแบบเดิมสู่เกษตรแม่นยำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทิศทางที่ถูกย้ำบนเวทีคือการยกระดับการทำเกษตรด้วยแนวคิดตลาดนำ นวัตกรรมเสริม และเพิ่มรายได้ เกษตรกรสามารถใช้ข้อมูล แผนที่การใช้ที่ดิน และเครื่องมือดิจิทัลเพื่อเลือกพืชให้เหมาะกับพื้นที่ วางแผนการใช้น้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ขณะเดียวกัน การฟื้นฟูดินต้องเดินคู่กับการลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร การใช้สารชีวภาพอย่างเหมาะสม ลดการพึ่งพาสารเคมี และส่งเสริมแนวทาง Go Green รวมถึงการต่อยอด BCG และคาร์บอนเครดิตให้เกิดประโยชน์กับภาคเกษตรจริง
เทคโนโลยีต้องช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงความรู้ได้ง่ายขึ้น
อีกโจทย์สำคัญคือการทำให้องค์ความรู้ไม่หยุดอยู่เฉพาะในห้องประชุม หน่วยงานภาครัฐจึงให้ความสำคัญกับระบบดิจิทัล แอปพลิเคชัน และช่องทางออนไลน์ที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศ เทคนิคการจัดการดินและน้ำ ตลอดจนแนวทางเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ทั่วถึงมากขึ้น
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนกินอาหารทุกคน
เมื่อดินดี น้ำสะอาด และระบบผลิตมีความยืดหยุ่น วัตถุดิบที่เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารก็มีโอกาสปลอดภัย สม่ำเสมอ และสร้างรายได้ที่เป็นธรรมให้เกษตรกรได้มากขึ้น การจัดการทรัพยากรจึงไม่ใช่เพียงนโยบายภาคเกษตร แต่เป็นพื้นฐานของอาหารคุณภาพและระบบอาหารที่รับมือกับอนาคตได้
สรุป
สาระจากเวที International Soil and Water Forum 2024 ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของอาหารไทยต้องอาศัยการทำงานร่วมกันตั้งแต่การฟื้นฟูดิน บริหารจัดการน้ำ ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เป้าหมายปลายทางคือเกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารปลอดภัย และทรัพยากรยังคงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป
เรียบเรียงใหม่จากรายงานข่าวไทยรัฐออนไลน์และข้อมูลสาธารณะของการประชุม โดย Thai Food Update